top of page
TECHVISION-TEXT
ติดต่อเรา
ยืนภาษีบุคคล 1:1
ยื่นภาษีบุคคล

คู่มือ ยื่นภาษีบุคคล ฉบับสมบูรณ์ วางแผนภาษีอย่างมืออาชีพเพื่อความมั่งคั่งระยะยาว

ในโลกของการเงินและการบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคล เรื่องของภาษีอากรนับเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้ การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ ยื่นภาษีบุคคล ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปฏิบัติตามหน้าที่ของพลเมืองที่ดีตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือนกุญแจดอกสำคัญที่จะช่วยไขประตูสู่การวางแผนทางการเงินที่มั่นคงและยั่งยืน หลายคนอาจมองว่าเรื่องภาษีเป็นเรื่องไกลตัว หรือเป็นเรื่องที่ยุ่งยากซับซ้อน แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากเราทำความเข้าใจระบบและกลไกของภาษีอย่างถ่องแท้ เราจะสามารถบริหารจัดการรายได้และค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับท่านที่กำลังมองหาตัวช่วยหรือที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการภาษีแบบครบวงจร Techvision Accounting พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดทางธุรกิจที่จะดูแลคุณในทุกขั้นตอน คุณสามารถดูรายละเอียดบริการ ยื่นภาษี ของเราได้ทันที เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดการภาษีของคุณจะเป็นไปอย่างถูกต้อง แม่นยำ และเกิดประโยชน์สูงสุด บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกมิติของการยื่นภาษี ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงเทคนิคการวางแผนภาษีขั้นสูง เพื่อให้คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในระยะยาว

ยื่นภาษีบุคคลธรรมดา
ยื่นภาษีบุคคลธรรมดา

ทำความเข้าใจนิยามของ ยื่นภาษีบุคคล ธรรมดา และความสำคัญที่คุณอาจมองข้าม

อย่างไรก็ตาม การ ยื่นภาษีบุคคล อย่างสม่ำเสมอแม้จะไม่ต้องเสียภาษีนั้น กลับสร้างประโยชน์มหาศาลให้กับตัวคุณเองในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความน่าเชื่อถือทางการเงิน เอกสารการยื่นภาษีถือเป็นหลักฐานทางราชการที่มีน้ำหนักมากที่สุดในการยืนยันที่มาของรายได้ เมื่อคุณมีความจำเป็นต้องทำธุรกรรมทางการเงินใหญ่ๆ เช่น การยื่นกู้ซื้อบ้านเพื่อสร้างครอบครัว การขอสินเชื่อรถยนต์ หรือแม้กระทั่งการขอวีซ่าเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวหรือทำงานในต่างประเทศ หลักฐานการยื่นภาษีย้อนหลังจะเป็นเครื่องการันตีสถานะทางการเงินของคุณได้ดีที่สุด นอกจากนี้ การอยู่ในระบบภาษีอย่างถูกต้องยังช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบย้อนหลัง ซึ่งอาจนำมาซึ่งค่าปรับและเงินเพิ่มจำนวนมากที่อาจกระทบต่อเงินออมของคุณในอนาคต

คำว่า ยื่นภาษีบุคคล ธรรมดา นั้น หมายถึงกระบวนการที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ที่มีเงินได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ต้องทำการแสดงรายการรายได้ ค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนต่างๆ ต่อกรมสรรพากร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการประเมินภาระภาษีที่ต้องชำระประจำปี ความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยครั้งในหมู่ผู้เสียภาษีหน้าใหม่คือความคิดที่ว่า "การยื่นแบบ" มีค่าเท่ากับ "การเสียเงิน" ซึ่งในความเป็นจริงแล้วสองสิ่งนี้เป็นคนละเรื่องกัน การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเป็นเพียงขั้นตอนการรายงานข้อมูลรายได้ต่อรัฐ หากเมื่อคำนวณรายได้สุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนทั้งหมดแล้ว ยอดเงินได้สุทธิของคุณไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องเสียภาษี คุณก็เพียงแค่ยื่นแบบเปล่าไปเท่านั้น โดยไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินแม้แต่บาทเดียว

ใครบ้างที่เข้าข่ายต้อง ยื่นภาษีบุคคล ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายกำหนด

เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและครอบคลุมผู้มีรายได้ในระบบ กฎหมายได้กำหนดเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำสำหรับผู้ที่มีหน้าที่ต้อง ยื่นภาษีบุคคล ไว้อย่างชัดเจน โดยแบ่งพิจารณาตามสถานภาพของผู้มีเงินได้และประเภทของรายได้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพิจารณาหน้าที่ของตนเอง

เกณฑ์รายได้สำหรับคนโสดและคนมีคู่สมรส

สำหรับกรณีของ คนโสด หากคุณเป็นพนักงานบริษัทที่มีรายได้จากการจ้างแรงงาน หรือที่เรียกกันว่าเงินเดือนเพียงอย่างเดียว หากมีรายได้ตลอดทั้งปีเกินกว่าหนึ่งแสนสองหมื่นบาท คุณมีหน้าที่ต้องยื่นแบบภาษี แต่หากคุณมีรายได้ประเภทอื่นร่วมด้วย หรือมีรายได้ประเภทอื่นเพียงอย่างเดียว เช่น การค้าขายออนไลน์ การรับงานฟรีแลนซ์ หรือได้รับเงินปันผล เกณฑ์ขั้นต่ำในการยื่นแบบจะลดลงเหลือเพียงมีรายได้เกินหกหมื่นบาทต่อปีเท่านั้น ซึ่งถือเป็นเกณฑ์ที่ค่อนข้างต่ำ ดังนั้นผู้ที่มีรายได้เสริมแม้เพียงเล็กน้อยก็ควรตรวจสอบหน้าที่ของตนเองให้ดี

ในส่วนของ คนมีคู่สมรส เกณฑ์การยื่นแบบจะขยับสูงขึ้นเพื่อรองรับภาระครอบครัว โดยหากมีรายได้จากการจ้างแรงงานเพียงอย่างเดียวรวมกันเกินสองแสนสองหมื่นบาทต่อปี ต้องทำการยื่นแบบภาษี และหากมีรายได้ประเภทอื่นรวมอยู่ด้วย เกณฑ์จะอยู่ที่หนึ่งแสนสองหมื่นบาทต่อปี นอกจากบุคคลธรรมดาทั่วไปแล้ว กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง หรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล หากมีรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนด ก็มีหน้าที่ต้อง ยื่นภาษีบุคคล ในนามของคณะบุคคลเช่นเดียวกัน การละเลยไม่ยื่นแบบตามเกณฑ์เหล่านี้ ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายซึ่งมีบทลงโทษ ดังนั้นการตรวจสอบรายได้ของตนเองในแต่ละปีจึงเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นประจำ

ยื่นภาษีบุคคล
ยื่นภาษีบุคคล

เจาะลึกประเภทเงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท เพื่อการวางแผน ยื่นภาษีบุคคล ที่แม่นยำ

หัวใจสำคัญของการคำนวณและวางแผนภาษีคือการจัดประเภทของเงินได้ (Assessable Income) ให้ถูกต้องตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร เพราะเงินได้แต่ละประเภทนั้น กฎหมายอนุญาตให้หักค่าใช้จ่ายได้ในอัตราที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การจัดประเภทรายได้ผิดพลาดอาจทำให้คุณเสียสิทธิประโยชน์ในการหักค่าใช้จ่าย และส่งผลให้ต้องจ่ายภาษีแพงกว่าที่ควรจะเป็นเมื่อถึงเวลา ยื่นภาษีบุคคล เรามาทำความรู้จักเงินได้ทั้ง 8 ประเภทกันอย่างละเอียด

เงินได้ประเภทที่ 1 ถึง 4: จากแรงงานสู่การลงทุน

เริ่มจาก เงินได้ประเภทที่ 1 (มาตรา 40(1)) คือเงินได้จากการจ้างแรงงาน ซึ่งรวมถึงเงินเดือน โบนัส ค่าเบี้ยเลี้ยง และเงินบำเหน็จบำนาญ กลุ่มนี้สามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 50% แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท ต่อมาคือ เงินได้ประเภทที่ 2 (มาตรา 40(2)) ได้แก่ เงินได้จากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ เช่น ค่านายหน้า ค่าธรรมเนียม เบี้ยประชุม หรือค่ารับจ้างทั่วไปที่ไม่ได้มุ่งเน้นการค้า กลุ่มนี้ใช้วงเงินหักค่าใช้จ่ายร่วมกับประเภทที่ 1 คือหักได้ 50% และเพดานรวมกันไม่เกิน 100,000 บาท

เงินได้ประเภทที่ 3 (มาตรา 40(3)) คือค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าลิขสิทธิ์ หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาต่างๆ สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท หรือเลือกหักตามจริงก็ได้ถ้ามีหลักฐาน ส่วน เงินได้ประเภทที่ 4 (มาตรา 40(4)) เป็นเงินได้จากการลงทุน เช่น ดอกเบี้ย และเงินปันผล กลุ่มนี้กฎหมายไม่ให้หักค่าใช้จ่าย แต่ผู้เสียภาษีสามารถเลือกได้ว่าจะนำมารวมคำนวณภาษีปลายปีหรือจะยอมให้หักภาษี ณ ที่จ่ายแล้วจบกันไป (Final Tax) ซึ่งต้องพิจารณาตามฐานภาษีของแต่ละบุคคล

เงินได้ประเภทที่ 5 (มาตรา 40(5)) คือเงินหรือประโยชน์ที่ได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน เช่น บ้าน รถยนต์ หรือที่ดิน การหักค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์สิน โดยมีอัตราหักเหมาตั้งแต่ 10% ถึง 30% หรือจะเลือกหักตามค่าใช้จ่ายจริงก็ได้ เงินได้ประเภทที่ 6 (มาตรา 40(6)) คือรายได้จากวิชาชีพอิสระ ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้เฉพาะ 6 อาชีพ ได้แก่ การประกอบโรคศิลปะ (แพทย์), กฎหมาย, วิศวกรรม, สถาปัตยกรรม, การบัญชี และประณีตศิลปกรรม กลุ่มนี้สามารถหักค่าใช้จ่ายเหมาได้สูงถึง 30-60% แล้วแต่วิชาชีพ

เงินได้ประเภทที่ 7 (มาตรา 40(7)) คือการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ กล่าวคือต้องมีทั้งค่าแรงและค่าของ เช่น รับเหมาก่อสร้าง กลุ่มนี้หักค่าใช้จ่ายเหมาได้ถึง 60% หรือหักตามจริง สุดท้ายคือ เงินได้ประเภทที่ 8 (มาตรา 40(8)) คือเงินได้ที่ไม่เข้าพวกกับประเภทที่ 1-7 เช่น การค้าขายออนไลน์ ธุรกิจร้านอาหาร นักแสดงสาธารณะ หรือธุรกิจอื่นๆ กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะหักค่าใช้จ่ายเหมาได้ 60% หรือหักตามจริง ซึ่งการทำบัญชีรายรับรายจ่ายที่ถูกต้องจะช่วยให้หักค่าใช้จ่ายตามจริงได้และอาจประหยัดภาษีได้มากกว่าแบบเหมา

โครงสร้างอัตราภาษีและวิธีการคำนวณเพื่อเตรียมตัว ยื่นภาษีบุคคล

ระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทยใช้อัตราภาษีแบบก้าวหน้า (Progressive Tax Rate) ซึ่งมีหลักการง่ายๆ คือ "รายได้สุทธิยิ่งสูง ฐานภาษียิ่งขยับขึ้น" โดยการคำนวณภาษีนั้นจะมี 2 วิธีหลักๆ ที่ต้องนำมาเปรียบเทียบกันเพื่อหายอดที่ต้องชำระจริงเมื่อ ยื่นภาษีบุคคล

วิธีที่ 1 การคำนวณจากเงินได้สุทธิ เป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้กับผู้มีเงินได้ทุกคน สูตรคือ นำเงินได้พึงประเมินทั้งปี มาหักออกด้วยค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้ และหักด้วยค่าลดหย่อนต่างๆ ผลลัพธ์ที่ได้คือ "เงินได้สุทธิ" จากนั้นนำเงินได้สุทธินี้ไปเทียบกับตารางอัตราภาษีแบบขั้นบันได ซึ่งเริ่มตั้งแต่ได้รับการยกเว้นภาษีในขั้นแรก จากนั้นอัตราภาษีจะเริ่มสตาร์ทที่ 5% และขยับขึ้นไปเรื่อยๆ ตามลำดับขั้นจนถึงสูงสุดที่ 35% ยิ่งเราบริหารจัดการค่าลดหย่อนได้ดีเท่าไหร่ เงินได้สุทธิก็จะยิ่งลดลง ทำให้เสียภาษีในฐานที่ต่ำลงเท่านั้น

วิธีที่ 2 การคำนวณจากเงินได้พึงประเมิน (สำหรับผู้มีเงินได้อื่นนอกจากเงินเดือน) วิธีนี้จะใช้สำหรับผู้ที่มีรายได้ประเภทที่ 2-8 รวมกันเกินหนึ่งแสนสองหมื่นบาทต่อปี โดยนำยอดรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายมาคูณด้วย 0.005 (หรือล้านละ 5,000 บาท) เพื่อหาค่าภาษีขั้นต่ำ หากคำนวณแล้วได้ภาษีไม่เกิน 5,000 บาท ก็จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องจ่ายตามวิธีนี้ แต่ถ้าเกิน 5,000 บาท จะต้องนำยอดภาษีจากวิธีที่ 2 นี้ไปเปรียบเทียบกับยอดภาษีที่คำนวณได้จากวิธีที่ 1 และกฎหมายกำหนดให้เสียภาษีตามยอดที่ "มากกว่า" เสมอ จุดนี้เป็นสิ่งที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หรือฟรีแลนซ์ที่มีรายได้หมุนเวียนสูงต้องระวังเป็นพิเศษ

ยื่นภาษีบุคคล
ยื่นภาษีบุคคล

รู้จักสิทธิลดหย่อนภาษี: ตัวช่วยสำคัญในการ ยื่นภาษีบุคคล ให้คุ้มค่า

การรู้จักใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอย่างชาญฉลาดคือเทคนิคสำคัญที่สุดในการ ยื่นภาษีบุคคล ธรรมดา ให้คุ้มค่า โดยรายการลดหย่อนภาษีสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ดังนี้

กลุ่มค่าลดหย่อนพื้นฐานและครอบครัว

กลุ่มนี้เป็นสิทธิพื้นฐานที่ทุกคนได้รับ เริ่มต้นที่ค่าลดหย่อนส่วนตัว และค่าลดหย่อนคู่สมรส (กรณีไม่มีเงินได้) นอกจากนี้ยังมีค่าลดหย่อนบุตร ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนให้มีบุตรโดยให้สิทธิลดหย่อนเพิ่มขึ้นสำหรับบุตรคนที่ 2 เป็นต้นไป รวมถึงค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตรที่สามารถนำมาหักได้ตามจริงในวงเงินที่กำหนด และสำหรับผู้ที่มีความกตัญญูดูแลบุพการี ก็สามารถใช้สิทธิค่าลดหย่อนเลี้ยงดูบิดามารดา และค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดาได้อีกด้วย การรักษาสิทธิในส่วนนี้จะช่วยลดฐานภาษีได้เป็นอย่างดี

กลุ่มประกัน การลงทุน และมาตรการรัฐ

กลุ่มนี้เป็นเครื่องมือยอดฮิตของคนวัยทำงาน เพราะได้ประโยชน์สองต่อ คือทั้งความคุ้มครอง/ผลตอบแทน และการประหยัดภาษีเมื่อถึงเวลา ยื่นภาษีบุคคล รายการหลักๆ ได้แก่ เงินสมทบประกันสังคม เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ รวมถึงเงินสะสมเข้ากองทุนต่างๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และกองทุนรวมที่รัฐบาลส่งเสริม เช่น RMF, SSF หรือ Thai ESG ซึ่งมีเงื่อนไขการถือครองและเพดานการลดหย่อนที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ รัฐบาลมักจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเป็นระยะ เช่น โครงการช้อปดีมีคืน หรือ E-Receipt รวมถึงเงินบริจาคต่างๆ ที่สามารถนำมาลดหย่อนได้

เปรียบเทียบ ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91 เพื่อเลือกแบบ ยื่นภาษีบุคคล ให้ถูกต้อง

เมื่อถึงเวลา ยื่นภาษีบุคคล คำถามแรกที่หลายคนเจอก็คือ "ฉันต้องยื่นแบบไหน?" การเลือกแบบฟอร์มให้ถูกต้องเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ

ภ.ง.ด. 91 คือแบบฟอร์มสำหรับ "มนุษย์เงินเดือนพันธุ์แท้" กล่าวคือ ผู้ที่มีรายได้จากเงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส เบี้ยเลี้ยง (ตามมาตรา 40(1)) เพียงประเภทเดียวเท่านั้น ตลอดทั้งปีภาษี หากคุณทำงานบริษัท กินเงินเดือนอย่างเดียว ไม่มีรายได้เสริมอื่นใด ให้เลือกใช้แบบนี้ได้เลย

ภ.ง.ด. 90 คือแบบฟอร์มสำหรับ "ผู้มีรายได้หลากหลาย" หรือผู้ที่มีรายได้ประเภทอื่นนอกเหนือจากเงินเดือน ไม่ว่าคุณจะเป็นฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้า เจ้าของกิจการ หรือแม้แต่พนักงานบริษัทที่มีรายได้เสริม เช่น ได้ดอกเบี้ยเงินฝาก ได้เงินปันผลจากหุ้น มีรายได้จากการปล่อยเช่าคอนโด หรือรับจ็อบพิเศษ หากมีรายได้อื่นเข้ามาปะปนแม้แต่บาทเดียว คุณจะต้องเปลี่ยนมาใช้แบบ ภ.ง.ด. 90 ทันที เพื่อแจกแจงที่มาของรายได้แต่ละประเภทให้ครบถ้วนในการ ยื่นภาษีบุคคล

ขั้นตอนการ ยื่นภาษีบุคคล ออนไลน์ สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

ในปัจจุบัน กรมสรรพากรได้พัฒนาระบบการยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ต (E-Filing) ให้ใช้งานง่ายและครอบคลุมทุกความต้องการ โดยมีขั้นตอนสรุปเพื่อให้คุณเห็นภาพรวมดังนี้

เริ่มต้นด้วยการ เตรียมเอกสาร ให้พร้อมที่สุด รวบรวมหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) จากผู้ว่าจ้างทุกราย เอกสารยืนยันสิทธิลดหย่อนต่างๆ เช่น หนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกัน ใบเสร็จรับเงินบริจาค และข้อมูลบัญชีธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์เพื่อความรวดเร็วในการรับเงินคืน จากนั้น เข้าสู่ระบบ เว็บไซต์ของกรมสรรพากร เลือกบริการยื่นแบบออนไลน์ และทำการล็อกอิน ปัจจุบันสามารถใช้ระบบ Digital ID ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังหรือ ThaiD ได้ ซึ่งสะดวกมาก

ขั้นตอนต่อมาคือการ กรอกข้อมูลรายได้และค่าลดหย่อน โดยนำตัวเลขจากเอกสารที่เราเตรียมไว้มากรอกลงในช่องที่ตรงกับประเภทรายได้ ระบบจะช่วยคำนวณยอดเงินได้พึงประเมินและค่าใช้จ่ายให้โดยอัตโนมัติ จากนั้นให้กรอกข้อมูลค่าลดหย่อนต่างๆ ที่เรามีสิทธิ ระบบจะประมวลผลและแสดงยอด ภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม หรือ ภาษีที่ชำระไว้เกิน (ซึ่งขอคืนได้) สุดท้ายคือการ ยืนยันและชำระภาษี หากตรวจสอบข้อมูลทุกอย่างถูกต้องแล้ว ให้กดยืนยันการ ยื่นภาษีบุคคล หากมีภาษีต้องชำระ สามารถเลือกช่องทางการชำระเงินได้หลากหลาย ทั้งผ่าน QR Code, บัตรเครดิต, หรือแอปธนาคาร แต่ถ้าเป็นกรณีได้รับเงินคืน แนะนำให้เลือกรับผ่านพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน เพราะจะได้เงินคืนรวดเร็วที่สุด

ยื่นภาษีบุคคล
ยื่นภาษีบุคคล

ข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการ ยื่นภาษีบุคคล

แม้เทคโนโลยีจะช่วยอำนวยความสะดวก แต่ "ความถูกต้อง" ของข้อมูลยังคงเป็นความรับผิดชอบของผู้ยื่นแบบ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยได้แก่ การ ยื่นรายได้ไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้เสริมหลายช่องทาง หรือรายได้จากการขายของออนไลน์ที่อาจหลงลืมนำมารวมคำนวณ ซึ่งหากสรรพากรตรวจพบภายหลัง อาจโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มที่สูงกว่าภาษีจริงหลายเท่าตัว อีกหนึ่งข้อผิดพลาดคือการ ใช้สิทธิลดหย่อนผิดเงื่อนไข เช่น ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีเกินวงเงินที่กำหนด หรือขายคืนหน่วยลงทุนก่อนครบกำหนดเวลา ซึ่งจะทำให้ต้องคืนสิทธิทางภาษีพร้อมเสียเงินเพิ่ม และที่สำคัญคือการ ยื่นแบบล่าช้า เกินกำหนดเวลา ซึ่งจะมีโทษปรับทางอาญาทันที ดังนั้นการเตรียมตัวล่วงหน้าและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการ ยื่นภาษีบุคคล

ประเด็นภาษีสำหรับรายได้จากต่างประเทศและการ ยื่นภาษีบุคคล ของชาวต่างชาติ

สำหรับผู้ที่มีรายได้จากต่างประเทศ หรือมีการนำเงินได้เข้ามาในประเทศไทย ปัจจุบันมีเกณฑ์การพิจารณาภาษีที่เข้มข้นขึ้น โดยหลักการสำคัญคือ หากคุณเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยถึง 180 วันในปีภาษีนั้น และมีการนำเงินได้พึงประเมินจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย ไม่ว่าจะนำเข้ามาในปีเดียวกันที่เกิดรายได้หรือนำเข้ามาในปีต่อๆ ไป ก็มีหน้าที่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงจากหลักเกณฑ์เดิมในอดีต ผู้ที่มีพอร์ตการลงทุนต่างประเทศหรือมีรายได้ข้ามพรมแดนจึงควรวางแผนการนำเงินเข้าประเทศอย่างรัดกุม หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในการ ยื่นภาษีบุคคล ให้ถูกต้อง

ยกระดับการจัดการ ยื่นภาษีบุคคล และบัญชีธุรกิจด้วย Techvision Accounting

การจัดการภาษีไม่ใช่เรื่องที่ควรลองผิดลองถูก เพราะทุกความผิดพลาดหมายถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น Techvision Accounting เข้าใจถึงความซับซ้อนและภาระของผู้เสียภาษีในยุคปัจจุบัน เราจึงมุ่งมั่นให้บริการที่มากกว่าแค่การทำบัญชี แต่คือการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ช่วยวางแผนและดูแลผลประโยชน์ของคุณอย่างใกล้ชิด

ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูง เราพร้อมวิเคราะห์โครงสร้างรายได้ของคุณอย่างละเอียด เพื่อจัดประเภทเงินได้ให้ถูกต้องและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้สูงสุดภายใต้กรอบของกฎหมาย เราใช้เทคโนโลยี Cloud Accounting ที่ทันสมัย ช่วยให้ข้อมูลของคุณมีความปลอดภัยสูง ตรวจสอบได้ง่าย และลดความเสี่ยงในการสูญหายของเอกสาร นอกจากนี้ เรายังให้บริการที่ปรึกษาเชิงรุก ที่จะช่วยเตือนและวางแผนภาษีล่วงหน้า ให้คุณไม่ต้องกังวลกับปัญหาภาษีย้อนหลัง ไม่ว่าคุณจะเป็นบุคคลธรรมดา ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของธุรกิจที่กำลังเติบโต Techvision Accounting พร้อมเคียงข้างเพื่อสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งให้กับคุณ

 บทสรุปภาพรวมการ ยื่นภาษีบุคคล

การ ยื่นภาษีบุคคล เป็นหน้าที่และสิทธิประโยชน์ที่มาควบคู่กัน การมีความรู้ที่ถูกต้อง การเตรียมตัวที่ดี และการมีที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้ จะช่วยเปลี่ยนเรื่องภาษีที่น่าปวดหัวให้กลายเป็นเรื่องง่าย และช่วยให้คุณรักษาเงินในกระเป๋าได้มากขึ้นในระยะยาว หมั่นอัปเดตความรู้และกฎระเบียบใหม่ๆ อยู่เสมอ อย่าปล่อยให้เรื่องภาษีกลายเป็นอุปสรรคในการสร้างความมั่งคั่ง เริ่มต้นวางแผนภาษีอย่างถูกวิธีกับเราตั้งแต่วันนี้ ติดต่อ Techvision Accounting เพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นและสัมผัสประสบการณ์บริการทางบัญชีและภาษีระดับมืออาชีพที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้ทันที

บทความข่าวสาร TECHVISIONACCOUNTING

bottom of page