top of page
TECHVISION-TEXT
ติดต่อเรา

เจาะลึกการจดทะเบียนการค้า บุคคลธรรมดา และร้านค้าออนไลน์ คู่มือฉบับสมบูรณ์เพื่อธุรกิจที่ยั่งยืนจาก Techvision Accounting

ในยุคปัจจุบันที่กระแสการทำธุรกิจส่วนตัวกำลังมาแรง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านกาแฟเล็กๆ การขายอาหาร หรือการผันตัวมาเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่มักจะมองข้ามหรือเกิดความสับสนคือ "สถานะทางกฎหมาย" ของร้านค้า การเริ่มต้นธุรกิจอย่างถูกต้องไม่ได้หมายถึงแค่การหาสินค้ามาขายและรับเงินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทำให้ตัวตนของธุรกิจเป็นที่ยอมรับในทางราชการด้วย บริษัท Techvision Accounting หรือ เทควิชั่น แอคเคาน์ติ้ง เข้าใจถึงความกังวลและข้อสงสัยเหล่านี้เป็นอย่างดี เราจึงได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกและเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้คุณเปลี่ยนจาก "คนขายของ" มาเป็น "เจ้าของกิจการ" ที่มีความน่าเชื่อถือและถูกต้องตามกฎหมายอย่างเต็มภาคภูมิ

จดทะเบียนการค้า คือ
จดทะเบียนการค้า

ปูพื้นฐานความเข้าใจ: จดทะเบียนการค้า คืออะไร และต่างจากจดบริษัทอย่างไร?

ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการ สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือคำนิยามที่ถูกต้อง ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักสับสนระหว่างคำว่า "จดทะเบียนบริษัท" กับ "จดทะเบียนการค้า" หรือ "จดทะเบียนพาณิชย์" ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว แม้จุดประสงค์คือการแจ้งเกิดธุรกิจเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันในแง่ของสถานะทางกฎหมาย การ จดทะเบียน พาณิชย์ นั้นเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อแจ้งต่อรัฐว่า "มีบุคคลคนหนึ่ง หรือกลุ่มบุคคล กำลังประกอบกิจการค้าขาย ณ สถานที่แห่งนี้" ซึ่งถือเป็นการยืนยันตัวตนขั้นพื้นฐานที่สุดสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย

ในขณะที่การจดทะเบียนบริษัทจะเป็นการสร้าง "นิติบุคคล" ขึ้นมาใหม่แยกต่างหากจากตัวเจ้าของ แต่การจดทะเบียนพาณิชย์ (โดยเฉพาะแบบบุคคลธรรมดา) ร้านค้าและเจ้าของยังถือเป็นเนื้อเดียวกัน ความรับผิดชอบในหนี้สินต่างๆ ยังตกอยู่ที่ตัวบุคคล แต่ข้อดีคือความคล่องตัวในการบริหารจัดการที่สูงกว่า และขั้นตอนที่ซับซ้อนน้อยกว่า ซึ่ง Techvision Accounting มองว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจและยังไม่ต้องการแบกรับภาระงานเอกสารทางบัญชีที่หนักอึ้งเหมือนรูปแบบบริษัท

ใครบ้างที่กฎหมายกำหนดให้ต้อง จดทะเบียนการค้า บุคคลธรรมดา?

กฎหมายทะเบียนพาณิชย์ในประเทศไทยมีเจตนารมณ์เพื่อเก็บรวบรวมสถิติและกำกับดูแลความสงบเรียบร้อย ดังนั้นขอบเขตของผู้ที่ต้องจดทะเบียนจึงกว้างขวางมาก ครอบคลุมแทบทุกกิจกรรมที่มีการแลกเปลี่ยนซื้อขาย หากคุณเป็นบุคคลธรรมดาคนเดียว หรือเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ (ที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล) และประกอบกิจการดังต่อไปนี้ คุณมีหน้าที่ต้องไปดำเนินการให้ถูกต้อง:

  1. ผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขายสินค้า (Trading): ไม่ว่าสินค้าของคุณจะเป็นอะไร ขนม เสื้อผ้า อุปกรณ์ไอที หรือต้นไม้ หากคุณมีหน้าร้าน หรือมีการสต็อกสินค้าเพื่อขาย และมีรายได้จากการขายตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไปต่อวัน (ซึ่งในทางปฏิบัติคือทุกคนที่ขายของ) กฎหมายกำหนดให้ต้องจดทะเบียนทั้งสิ้น

  2. ผู้ประกอบการบนโลกออนไลน์ (E-Commerce): นี่คือกลุ่มที่มักเข้าใจผิดว่าไม่มีหน้าร้านไม่ต้องจด แต่ความจริงแล้ว การซื้อขายสินค้าหรือบริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย หรือเว็บไซต์ เป็นกิจการที่กฎหมายเพ่งเล็งและให้ความสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน

  3. นายหน้าและตัวแทน (Agent/Broker): ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางในการซื้อขายสินค้าต่างๆ

  4. งานหัตถกรรมและอุตสาหกรรมในครัวเรือน: หากคุณผลิตสินค้าเองเพื่อจำหน่าย ไม่ว่าจะทำที่บ้านหรือโรงงานขนาดเล็ก

  5. ธุรกิจบริการบางประเภท: กฎหมายระบุเจาะจงเฉพาะบางบริการที่ต้องจดทะเบียน เช่น การให้บริการอินเทอร์เน็ตคาเฟ่, การให้เช่าพื้นที่เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Web Hosting), ร้านเกม, และตู้เพลงคาราโอเกะ ส่วนบริการอื่นๆ ทั่วไปอาจต้องตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอีกครั้ง

 ใครบ้างที่ได้รับการยกเว้น?

เพื่อให้ข้อมูลครบถ้วน Techvision Accounting ขอเสริมว่ามีบางกลุ่มที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ได้แก่ การค้าเร่ การค้าแผงลอย (ที่ไม่มีที่ตั้งแน่นอน ย้ายไปเรื่อยๆ), กิจการเพื่อการกุศลและศาสนา, และกิจการของพาณิชยกิจของรัฐบาล หากกิจการของคุณไม่เข้าข่ายข้อยกเว้นเหล่านี้ การรีบดำเนินการจดทะเบียนคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

จดทะเบียนการค้า
จดทะเบียนการค้า

เจาะลึกรายการเอกสาร: จดทะเบียนการค้า ใช้อะไรบ้าง เตรียมให้พร้อมในครั้งเดียว

ปัญหาคลาสสิกที่ทำให้ผู้ประกอบการต้องเสียเวลาเดินทางไปหน่วยงานราชการหลายรอบคือ "เอกสารไม่ครบ" เพื่อช่วยให้คุณดำเนินการได้อย่างราบรื่นแบบ One-stop Techvision Accounting ได้จัดทำ Checklist ละเอียดสำหรับคำถามที่ว่า จดทะเบียนการค้า ใช้อะไรบ้าง ดังนี้:

1. เอกสารส่วนบุคคลและคำขอหลัก

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน: ของเจ้าของกิจการ (ต้องดูให้แน่ใจว่าบัตรยังไม่หมดอายุ) พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

  • สำเนาทะเบียนบ้าน: ของเจ้าของกิจการ

  • แบบคำขอจดทะเบียนพาณิชย์ (แบบ ทพ.): เอกสารสำคัญที่ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามความเป็นจริง โดยเฉพาะชื่อร้าน (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ), เงินทุนจดทะเบียน (ประมาณการ), และประเภทธุรกิจ

2. เอกสารสถานที่ตั้ง (ส่วนที่สำคัญและผิดพลาดบ่อยที่สุด)

ความยากง่ายของการเตรียมเอกสารส่วนนี้ขึ้นอยู่กับว่า "คุณเป็นเจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านของร้านค้าหรือไม่

  • กรณีเจ้าของร้านเป็นเจ้าบ้าน: ใช้สำเนาทะเบียนบ้านฉบับที่ตั้งร้านได้เลย ง่ายและสะดวกที่สุด

  • กรณีไม่ได้เป็นเจ้าบ้าน (เช่น เช่าตึก, ใช้บ้านพ่อแม่, หรืออาศัยญาติอยู่): คุณต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมที่สำคัญมาก ได้แก่

    • หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่: ต้องมีลายเซ็นของ "เจ้าบ้าน" (ผู้ถือกรรมสิทธิ์) ระบุชัดเจนว่ายินยอมให้ใช้สถานที่นี้ในการประกอบพาณิชยกิจ

    • เอกสารยืนยันตัวตนเจ้าบ้าน: สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าบ้าน พร้อมลายเซ็นรับรองจากเจ้าบ้าน

    • สัญญาเช่า (กรณีเช่า): หากมีการเช่าอย่างเป็นทางการ ต้องแนบสำเนาสัญญาเช่าที่ติดอากรแสตมป์ถูกต้องตามกฎหมาย

3. หลักฐานการประกอบอาชีพ

  • แผนที่ร้านค้า: วาดแผนที่สังเขป แสดงตำแหน่งร้าน ถนน ซอย และจุดสังเกตสำคัญใกล้เคียง เช่น วัด โรงเรียน หรือห้างสรรพสินค้า เพื่อให้นายทะเบียนสามารถเดินทางไปตรวจสอบได้ถูก

  • รูปถ่ายร้านค้า: ภาพถ่ายเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่ามีการประกอบกิจการจริง ควรเตรียมภาพถ่ายหน้าร้านที่เห็น "ป้ายชื่อร้าน" ชัดเจน (ป้ายชื่อร้านเป็นสิ่งที่กฎหมายบังคับให้มี) และภาพถ่ายภายในร้านที่เห็นสินค้าวางขายหรืออุปกรณ์การทำงาน

จดทะเบียนการค้า
จดทะเบียนการค้า

ยกระดับความน่าเชื่อถือ: ขั้นตอนและเทคนิคสำหรับ จดทะเบียนการค้า ออนไลน์

ในยุคดิจิทัล คำว่า จดทะเบียนการค้า ออนไลน์ มักถูกเข้าใจในสองความหมาย คือ "การยื่นเรื่องผ่านอินเทอร์เน็ต" และ "การจดทะเบียนสำหรับร้านค้าออนไลน์" ทาง Techvision Accounting ขอขยายความให้ชัดเจนในแต่ละประเด็น เพื่อให้คุณวางแผนการทำงานได้ถูกต้อง

กระบวนการยื่นจดทะเบียน: ยังต้องพึ่งพาเอกสารกระดาษเป็นหลัก

  • สำหรับ บุคคลธรรมดา ในปัจจุบัน กระบวนการยื่นขอจดทะเบียนพาณิชย์ตั้งใหม่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นระบบ Offline หรือกึ่งออนไลน์ กล่าวคือ คุณยังต้องเดินทางไปยื่นเอกสารตัวจริง ณ หน่วยงานท้องถิ่น

  • พื้นที่กรุงเทพฯ: ติดต่อที่ ฝ่ายปกครอง ของสำนักงานเขต ที่ร้านค้าตั้งอยู่ หรือสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

  • พื้นที่ต่างจังหวัด: ติดต่อที่ เทศบาล หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในเขตพื้นที่

แม้บางพื้นที่จะเริ่มเปิดให้ส่งเอกสารตรวจทางอีเมลหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่ขั้นตอนการรับใบสำคัญและการชำระค่าธรรมเนียมมักจะต้องไปดำเนินการด้วยตนเอง แนะนำให้โทรสอบถามเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ของคุณก่อนเสมอ

DBD Registered: เครื่องหมายการค้าที่ร้านออนไลน์ต้องมี

สำหรับผู้ที่ประกอบธุรกิจค้าขายออนไลน์ (E-Commerce) นอกเหนือจากการได้ใบทะเบียนพาณิชย์ (พค. 0403) แล้ว สิ่งที่คุณควรทำต่อไปคือการขอเครื่องหมาย DBD Registered จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อนำ Source Code มาติดที่หน้าเว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์ของคุณ

เอกสารเพิ่มเติมสำหรับร้านค้าออนไลน์:

  • รายละเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์: ระบุชื่อ Domain Name หรือ URL ของร้านค้า (เช่น Facebook Page, Shopee, Lazada, TikTok Shop, Website ส่วนตัว)

  • ภาพหน้าจอ (Screen Capture): ปริ้นท์หน้าแรกของร้านค้า (Home Page), หน้าแสดงรายการสินค้า, หน้าที่ระบุวิธีการสั่งซื้อและชำระเงิน, และหน้าวิธีการจัดส่งสินค้า เพื่อพิสูจน์ว่าร้านค้ามีความพร้อมในการขายจริง

การมีเครื่องหมาย DBD Registered เปรียบเสมือนการมีตราประทับรับรองจากรัฐบาล ช่วยให้ลูกค้ามั่นใจว่า "โอนเงินแล้วไม่หนี สินค้ามีคุณภาพ และตามตัวเจ้าของร้านได้" ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อยอดขายและความเติบโตของธุรกิจ

ภาระหน้าที่ทางภาษีและข้อควรระวังหลังจากจดทะเบียน

การจดทะเบียนพาณิชย์เป็นเพียงประตูด่านแรก สิ่งที่ตามมาคือหน้าที่ในการยื่นภาษี ซึ่งเป็นเรื่องที่ Techvision Accounting ให้ความสำคัญในการให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าเสมอ ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ "รายได้น้อยไม่ต้องยื่นภาษี" หรือ "จดทะเบียนแล้วต้องเสียภาษีแพง"

ความจริงคือ "ภาษีเป็นหน้าที่ของผู้มีรายได้" ไม่ว่าจะจดทะเบียนพาณิชย์หรือไม่ หากคุณมีรายได้ถึงเกณฑ์ คุณก็มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี

  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: ผู้จดทะเบียนบุคคลธรรมดาต้องยื่นภาษีปีละ 2 ครั้ง คือ ภ.ง.ด. 94 (ภาษีครึ่งปี ยื่นช่วงกลางปี) และ ภ.ง.ด. 90 (ภาษีประจำปี ยื่นช่วงต้นปีถัดไป) โดยกฎหมายอนุญาตให้เลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบ คือ แบบเหมา (60%) หรือแบบตามจริง (ต้องทำบัญชีและมีบิลค่าใช้จ่ายครบถ้วน)

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ หากธุรกิจของคุณเติบโตจนมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี คุณมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องไปจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับกรมสรรพากรภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์ ไม่ว่าคุณจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ตาม

บทลงโทษหากละเลยไม่ปฏิบัติตาม

การเพิกเฉยไม่ จดทะเบียนการค้า หรือจดแล้วไม่ปฏิบัติตามระเบียบ มีโทษปรับที่อาจดูไม่สูงนักในตัวเงิน (ปรับไม่เกิน 2,000 บาท และปรับรายวัน) แต่ผลกระทบทางอ้อมนั้นรุนแรงกว่ามาก เช่น การขาดความน่าเชื่อถือ ไม่สามารถยื่นกู้ธนาคารเพื่อขยายกิจการได้ หรืออาจถูกระงับบัญชีร้านค้าในแพลตฟอร์ม E-Marketplace ต่างๆ ที่เริ่มเข้มงวดเรื่องการยืนยันตัวตนมากขึ้นเรื่อยๆ

บทสรุป: เริ่มต้นให้ถูกต้อง ก้าวไกลอย่างมั่นคงไปกับ Techvision

การดำเนินการ จดทะเบียนการค้า บุคคลธรรมดา อาจดูเหมือนมีขั้นตอนและรายละเอียดเอกสารที่จุกจิก แต่หากคุณมองในระยะยาว นี่คือการลงทุนเพื่อสร้างรากฐานความน่าเชื่อถือที่คุ้มค่าที่สุด การมีตัวตนที่ถูกต้องตามกฎหมายจะเปิดโอกาสให้ธุรกิจของคุณเข้าถึงแหล่งเงินทุน โครงการสนับสนุนจากภาครัฐ และพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น

ที่ Techvision Accounting เราไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นเพียงผู้ให้บริการรับจดทะเบียน แต่เราคือเพื่อนคู่คิดที่พร้อมเดินเคียงข้างธุรกิจของคุณ ตั้งแต่ก้าวแรกของการเตรียมเอกสาร จดทะเบียนการค้า ใช้อะไรบ้าง ไปจนถึงการวางแผนภาษีที่ซับซ้อนเมื่อธุรกิจของคุณเติบโตขึ้น หากคุณกำลังมองหาที่ปรึกษาที่จริงใจ เชี่ยวชาญ และพร้อมไขทุกข้อข้องใจเรื่องบัญชีและทะเบียนพาณิชย์ อย่าลังเลที่จะปรึกษาเรา เพื่อให้คุณมีเวลาโฟกัสกับการสร้างกำไรและพัฒนาสินค้าได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องงานเอกสารอีกต่อไป

บทความข่าวสาร TECHVISIONACCOUNTING

bottom of page